Showing posts with label กลยุทธ์. Show all posts
Showing posts with label กลยุทธ์. Show all posts

Wednesday, March 4, 2009

กลยุทธ์การเล่น ขาขึ้น และ ขาลง

ขาขึ้น...ไม่ว่าจะเป็นรีบาวน์(20-50+/-10 จุด) หรือขาขึ้น(ขึ้นเป็นร้อย ๆ จุด) ให้ทยอยซื้อ ยิ่งขึ้นยิ่งซื้อจนเต็มพอร์ต แล้วถือ รอขาย เมื่อดัชนีและหุ้นกำลังเปลี่ยนเทรนเป็นลง ให้ขายในไม้เดียว..!!!

ขาลง...มีแต่ข่าวร้ายทั้งในประเทศและทั่วโลกที่กระทบต่อจิตวิทยาการลงทุน และให้ผลร้ายกับระบบเศรษฐกิจ ฝรั่งเทขายไม่ยั้ง บาทอ่อน เงินไหลออก นักลงทุนขาดความเชื่อมั่นในการลงทุน ตลาดเป็นหมี มีแต่แรงขาย ไม่มีปัจจัยดี ๆ หรือด้านบวกมาหนุนตลาด เหตุการณ์ต่าง ๆ คลุมเครือ ตลาดมีแต่การ panic sale คือ มู้ดตลาดไม่ดี เคล็ดวิชา คือ ไม่ดี ไม่เล่น ไม่ถือหุ้น ราคาหุ้นต่ำ ๆ ถูก ๆ ก็ไม่ซื้อ....

เด้ง...(จาก low ดีดกลับขึ้นมาประมาณ 10 จุด +/-)คือ การที่ดัชนีมีการ panic sale แล้วเด้งระหว่างวัน หาไม่เก่งจริงก็ไม่แนะนำให้เล่น เพราะเสี่ยงมาก...โอกาสเสียมีมากกว่าได้...

แต่... Oversold ให้ทยอยซื้อได้......รอสักวันสองวัน พอรีบาวน์ก็เอามาขายอีก.........

........ให้ทุกคน ท่องจำสิ่งเหล่านี้ให้ขึ้นใจ........
........ทุกคนมีเคล็ดวิชานี้อยู่ในสติ ความรู้ ความเข้าใจ เสมือนมี อาจารย์อยู่ข้างกายเสมอ........

พลิกฐานะจากแขก มาเป็นเจ้าบ้าน

อาจารย์จะอธิบาย...เทคนิคการเล่นหุ้นให้รับทราบนะครับ...

การเล่นหุ้นที่ดีจริง ๆ ...และถูกต้องได้ทุก ๆ ครั้ง...คือ การพยายามไม่คาดการณ์อะไร ๆ ที่ยาวเกินไป เพราะตลาดหุ้นเป็นการลงทุนที่ใช้การการตัดสินใจชิงไหวชิงพริบกันเท่านั้นเอง....เหตุการณ์ทุก ๆ อย่างสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาทุก ๆ นาที....เราเล่นหุ้นแบบเกาะติดจอและติดตามสถานการณ์ต่าง ๆ ตลอดเวลาจะดีกว่า....เราจะทันเกมส์ตลอดเวลา การคาดการณ์ที่ยาวมากเกินไป เช่นเราคิดว่าดัชนีต้องไปที่เท่านั้นเท่านี้ หากไปไม่ถึงแต่เรายังเพ้อหรือเชื่อมั่นอยู่...ผลคือถูกแขวนที่ดอยติดหุ้น เราคิดว่าต้องลงหนัก ๆ ต้องตรงนั้นเท่านั้นเราจึงจะรับหุ้นเพราะเชื่อกราฟมากเกินไป ผลคือตกรถด่วนขบวนพิเศษ... (แบบโซวบักท้ง...อิอิ ...ยังแซวกันไม่เลิก ฮา...)

การคาดการณ์ที่ยาว ๆ จะเป็นผลเสียกับการลงทุนของเราอย่างมาก เพราะมันจะเป็นตัวทำลายสมาธิในการตัดสินใจในการเล่นหุ้นของเรา....มันเหมือนเป็นการหลอกตัวเองไปเรื่อย ๆ บางครั้งก็ถูก บางครั้งก็ผิด...แต่เวลาที่ผิดเราจะเสียหายหนัก เพราะเราใช้ตังค์มาเล่นหุ้นนะครับ...

กลยุทธ์การเล่นหุ้นในเดชคัมภีร์เทวดา....บทที่ไม่ต้องเครียดและไม่เกี่ยวกับดาวโจนว่าจะขึ้นหรือลง..... "หุ้นลงไม่ไหวแล้ว เราก็ต้องทยอยซื้อ และหุ้นกำลังจะขึ้นเราก็ต้องซื้อเพิ่ม หุ้นขึ้นเรื่อย ๆ ก็ให้ถือไปก่อน หุ้นกำลังจะลงเราก็ต้องขาย...เป็นวิธีการที่ดีที่สุด" .........

เวลาที่อาจารย์เล่นหุ้น...บอกตรง ๆ นะครับ.... อาจารย์ไม่เคยเครียดเลยครับ... ไม่เคยคิดว่าต้องได้กำไรเท่านั้นเท่านี้จึงพอใจและจึงจะหยุด หรือ คิดว่าเสียน้อย ๆ ไม่ยอม เดี๋ยวก็ต้องขึ้นมาแน่นอน จนกลายเป็นเสียมาก ๆ อาจารย์ไม่เคยใช้นิสัยแบบนี้ในการลงทุนเลย....
หลาย ๆ ครั้งอาจารย์มีหุ้นที่ดีมาก ๆ แจ๋มสุด ๆ .....กำลังขึ้นไปได้ด้วยดีและสวยงาม ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ...!!! เรียกว่า เฟอร์เฟ็ค...!!! พออาจารย์เห็นว่า...เอ๊ะ...เดี๋ยวดัชนีจะตกนี่...อาจารย์ก็จะขายหุ้นไปก่อนนะ...ไม่เคยเหนียวไว้เลย...(คือมีจุดคัดกับหุ้นทุก ๆ ตัวอยู่แล้ว) เพราะขายไปก่อน แล้วค่อยมารับกลับที่ถูกกว่าได้ทั้งเนื้อทั้งน้ำด้วยซ้ำไป ทั้ง ๆ ที่หุ้นตัวนั้นเป็นหุ้นที่เป็นเทรนขาขึ้นนะ...ทำไมต้องขายไปก่อน...แล้วค่อยมาซื้อกลับไปใหม่...เพราะว่าตลาดหุ้นจะอยู่ตลอดไป... แต่นักลงทุนนี่ซิ เดี๊ยวก็ไป ๆ มา ๆ คนที่ไปคือคนที่หมดตังค์ คนที่อยู่คือ คนที่ชนะบ่อย ๆ หุ้นนะ...เราซื้อเมื่อไหร่ก็ได้ หากตังค์เรายังมีอยู่ แต่หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน...เราก็ไม่เจ็บ...!!! ไม่ติดหุ้นไม่ติดดอย ไม่เครียดไม่เดือดร้อนใจ "เรามาเล่นหุ้นเอาตังค์นะครับ ตังค์คือเป้าหมายการเล่นหุ้น...ตัวหุ้นเป็นเพียงเกมส์การเล่นเท่านั้นเอง..."...

ทุก ๆ ตลาดในโลกนี้...ไม่มีหุ้นที่ดีจริง ๆ ตลอดไปหรอกครับ หุ้นตัวนั้น ๆ ดีเป็นช่วง ๆ ดีเป็นพัก ๆ เท่านั้น เราอย่าไปยึดติดให้มาก...ทำกำไรได้ก็ทำกำไร...ขายหมู....ดีกว่าขายแดง....!!!


เรื่องราวเหตุผลต่าง ๆ เรื่องการขึ้นและลงของดัชนีและตัวหุ้น มันจะบอกเราเมื่อจบศึกหรือเกิดความชัดเจนแล้ว ..แต่ในช่วงการตัดสินใจ หากเราลังเลและสับสน ไม่ตัดสินใจซื้อและขายจากพฤติกรรมของหุ้นในทันทีทันใดนั้น เราจะนำตลาดไม่ได้เลย จะกลายเป็นเราจะซื้อแพงกว่า และขายเกือบต่ำสุดบ่อย ๆ ไปเลย...เพราะจิตใจของเราไม่ได้อยู่ที่ตลาดหุ้น แต่สมาธิกลับไปยึดกับการคาดการณ์เพียงอย่างเดียว....

หุ้นจะขึ้นหรือลงเกิดจากแรงซื้อและแรงขาย การตัดสินใจสร้างแรงซื้อและขายเกิดจากกลุ่มคน 3 กลุ่ม คือ ฝรั่ง กองทุน และรายใหญ่+รายย่อย แต่ละกลุ่มก็มีเกมส์และมุมมองที่สวนทางกันเสมอ ๆ ดัชนีจึงผันผวนได้บ่อย ๆ ...อิอิ

ฝรั่งเห็นว่าดัชนีเมืองไทยยังต่ำ..!! และปรับฐานนานพอแล้ว พวกเขาก็เข้ามาเก็บหุ้นและเข้ามาเล่นหุ้นอย่างที่พวกเราเห็น ๆ กันอยู่.....

ที่ผ่าน ๆ มา กองทุนได้รับใบสั่งให้พยุงดัชนี ทยอยซื้ออยู่เสมอ ๆ พอดัชนีและหุ้นของเขาขึ้น เขาก็ทยอยขายเอากำไร ก็ไม่แปลกเลย เขาก็ต้องเล่นหุ้นเอากำไร ไม่ได้ตั้งกองทุนขึ้นมาเพื่อจะช่วยรายย่อยสักหน่อยหนึ่ง...ที่ประโคมข่าวกันไปมาว่าทำเพื่ออย่างนั้นอย่างนี้ จริง ๆ แล้วก็มาเล่นหุ้นหวังกำไรเหมือน ๆ กับพวกเรานี่แหละ...

รายใหญ่หรือเจ้ามือ เขาเพิ่งเข้ามาเล่นหุ้นเมื่อต้นเดือน มิย. ที่ผ่านมานี่เอง เขาก็มีมุมมองแบบเดียวกับฝรั่งเห็นว่าดัชนีเมืองไทย ปรับฐานพอแล้ว....เขาก็เล่นหุ้นของเขาไปตามปกติ ลงมาก ๆ เขาก็ซื้อ ขึ้นมาก ๆ เขาก็ขาย พอลงมาอีกเขาก็ซื้ออีก หากขึ้นไปมาก ๆ อีก เขาก็ขายอีก ...เล่นเป็นตัว ๆ เป็นรอบ ๆ ไป แบบที่อาจารย์สอนสั่งพวกเธอนี่แหละ....รู้มั้ยเว็ปนี้ที่อาจารย์สอน ๆ วิชาความรู้ให้พวกเธอนะ สอนกลยุทธ์การลงทุนแบบรายใหญ่เลยนะ....ไม่ใช่เรียนกลยุทธ์แบบธรรมดา ๆ ...ขอบอก ๆ ...อิอิ

กลยุทธ์ "จับปลาในข้อง"

ในความพ่ายแพ้มักมีแววแห่งชัยชนะแฝงเร้นอยู่ (ตลาดหุ้นลงแดง ๆ เราซื้อ..อิอิ ) ในชัยชนะ (ตลาดหุ้นเขียวจัด ๆ เราขนออกมาขาย...ฮ่า ๆๆๆๆๆๆ ) มักมีแววแห่งความพ่ายแพ้แฝงเร้นอยู่...

อาจารย์ฮั้วฯ...จักบอกว่า.....

"ทหารไม่ควรชนะติดต่อกันหลาย ๆ ครั้ง ถ้าชนะติด ๆ กัน หลาย ๆ ครั้ง มักเกิดความเย่อหยิ่ง"

ความเย่อหยิ่งมักทำให้คนเราประเมินกำลังตนเองสูงเกินไป และประเมินกำลังข้าศึกต่ำเกินไป ภาวะจิตใจเช่นนี้ ทำให้ไม่สามารถวิเคราะห์สถานการณ์ที่คลี่คลายขยายตัวไปได้อย่างละเอียดรอบคอบ

ในประวัติศาสตร์มีนายทหารจำนวนมากที่เย่อหยิ่งลำพองใจ เนื่องจากรบชนะติด ๆ กันหลายครั้ง ทำให้ประมาทศัตรู ในที่สุดก็กลับเป็นฝ่ายแพ้จนได้....

"การตีเมือง (การไล่หุ้น) เป็นยุทธวิธีที่แย่ที่สุด วิธีนี้จะใช้ก็ต่อเมื่อจำเป็นจริง ๆ เท่านั้น" การไล่หุ้นใช้ได้ก็ต่อเมื่อ...ตลาดมีวอลลุ่มมาก ๆ และมีแก็ปให้เล่นมาก ๆ ...นอกนั้น..ก็ไม่สมควรเลย....

พรุ่งนี้ให้ใช้กลยุทธ์ "จับปลาในข้อง"....

กลยุทธ์นี้มีใจความว่า....เรามิต้องเปลืองแรงหรือเสียเวลาที่ต้องแต่งชุดเกราะขี่หลังม้าไปออกศึก ณ ที่กลางสมรภูมิรบเลย....ให้ใช้วิธี ล่อหมีให้มาติดกับของเราเอง ก็คือ แสร้งทิ้งเมืองให้ร้างไว้ ศัตรูเห็นเข้าก็จะเดินเข้าไปติดกับเอง จากนั้นก็ใช้นโยบาย "จับปลาในข้อง" ได้ผลประโยชน์บานตะไท สบายไปเลย...ฮ่า ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

SAA Consensus หุ้นที่มีการ update วันนี้

SETTRADE.COM - บทวิเคราะห์

SETTRADE.COM - บทวิเคราะห์ ภาวะตลาด

SETTRADE.COM - บทวิเคราะห์ เทคนิค

SETTRADE.COM - บทวิเคราะห์ หุ้นรายตัว

SETTRADE.COM - บทวิเคราะห์ พิเศษ

SETTRADE.COM - บทวิเคราะห์ หุ้น IPO

กรุงเทพธุรกิจ - ธุรกิจ

กรุงเทพธุรกิจ - การเงิน - การลงทุน